วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ไต้ฝุ่นรามสูรถล่มฟิลิปปินส์



ไต้ฝุ่นรามสูรถล่มฟิลิปปินส์
ไต้ฝุ่นรามสูรพัดเข้ากรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์แล้ว มีผู้เสียชีวิต 1 บาดเจ็บอีก 2ปชช.หลายแสนคนพากันอพยพออกจากบ้านเรือน ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ เที่ยวบิน-รถไฟถูกยกเลิก
 16ก.ค.57สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูร พัดเข้าสู่กรุงมะนิลา แล้วในเช้าวันนี้ ทำให้ฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรงและไฟฟ้าดับ และพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน เป็นหญิงสาววัย 25 ปี ที่ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับในจังหวัดนอร์ธเทิร์น ซามาร์ ทางภาคตะวันออกของประเทศ และยังมีผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าดูด 2 คน ในจังหวัดคามารีนส์ซู ที่อยู่ใกล้เคียง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
                ประชาชนหลายแสนคนพากันอพยพออกจากบ้านเรือน ในขณะที่พายุรามสูร ที่ภาษาถิ่นของชาวฟิลิปปินส์ เรียกว่า เกลนด้า ได้พัดเข้าสู่พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก เมื่อวันอังคาร ด้วยความแรงลม 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกรรโชกแรง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางตะวันตกด้วยความเร็ว 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประธานาธิบดีเบนิกโญ่ อากิโน่ สั่งปิดโรงเรียนทุกชั้นเรียน เช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐและบริษัทของเอกชนบางแห่งในกรุงมะนิลา ที่มีประชากร 12 ล้านคน ตลาดหุ้นและธนาคารปิดทำการเช่นกัน
                เที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศ กว่า 200 เที่ยวถูกยกเลิก ระบบให้บริการรถไฟในกรุงมะนิลาถูกระงับ ความรุนแรงของลมพายุ สร้างความเสียหายให้กับสายส่งไฟฟ้า ทำให้ประชาชนหลายล้านคนในกรุงมะนิลาและอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก ไม่มีไฟฟ้าใช้
                 อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นรามสูร ยังทำให้เกิดน้ำท่วมและดินสไลด์ในบริเวณพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ด้านสำนักงานพยากรณ์อากาศ ระบุว่า พายุได้ทวีความรุนแรงลม ไม่ได้ลดลงอย่างที่คาดการณ์ไว้ รามสูร เป็นพายุลูกแรกที่พัดเข้าฟิลิปปินส์ในปีนี้ นับตั้งแต่พายุไห่เยี่ยนสร้างความเสียหายให้กับหลายจังหวัดทางภาคกลางของประเทศ เมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยหบังจากพัดเข้าสู่จังหวัดอัลเบย์ เมื่อวันอังคาร สร้างความเสียหายให้กีบพื้นที่เกษตรกรรมแล้วพายุได้เคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองหลวงด้วยความรุนแรงลม ที่ทำให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น
                ได้มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากพายุรามสูร จะไม่เท่ากับพายุไห่เยี่ยน แต่ภาคเกษตรกรรมและภาคการประมง จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ด้านเจ้าหน้าที่การจัดการความปลอดภัยสาธารณะฉุกเฉิน บอกว่า ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือพายุตั้งแต่วันจันทร์ และได้อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งแล้ว 60,000คน
                 มีรายงานต้นไม้ล้มขวางทางบนถนนทางหลวงสายหลักในบางจังหวัดทางภาคใต้ ส่วนเมืองชายฝั่งได้รับคำเตือนเรื่องคลื่นสูง 3 เมตรก่อนหน้านี้ ส่วนที่กรุงมะนิลา ได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่รับมือภัยพิบัติเช่นกัน โดยได้มีการแจ้งไปยังบริษัทโฆษณาให้ปลดป้ายโฆษณาลงให้หมด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากป้ายโฆษณาพังถล่ม เมื่อปี 2549
                ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะ และอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งในแต่ละปีจะเผชิญกับพายุราว 20 ลูก คาดว่าพายุไต้ฝุ่นรามสูร ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 500 กิโลเมตร จะเคลื่อนออกจากฟิลิปปินส์ และมุ่งหน้าสู่ทะเลจีนใต้ ในวันพฤหัสบดี หรือไม่ก็เช้าวันศุกร์
                พายุไต้ฝุ่นรามสูรพัดถล่มกรุงมะนิลา ดับแล้ว 10 ราย ทางการสั่งปิดโรงเรียนและหน่วยงาน รวมถึงระงับการให้บริการระบบคมนาคมขนส่งต่าง ๆ
 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูรพัดเข้าสู่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แล้วในเช้าวันนี้ (16 ก.ค.) ทำให้ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงและไฟฟ้าดับ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย ทั่วประเทศ สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเกือบ 370,000
ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นรามสูรจะเคลื่อนตัวต่อไปยังประเทศจีนเป็นจุดหมายต่อไป
พายุไต้ฝุ่นรามสูรจะเคลื่อนเข้าบริเวณระหว่างเกาะฮ่องกงและเกาะไหหลำของประเทศจีนในช่วงวันที่ 17-19 กรกฎาคม สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า พายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะนี้ แต่ในช่วงวันที่ 18-20 กรกฎาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับพายุโซนร้อนรามสูรบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน และปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน


รามสูรทวีความแรงเป็น ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นถล่มเกาะไหหลำ
ไต้ฝุ่น รามสูรทวีความรุนแรงขึ้นเป็น ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นแล้ว รุนแรงถึงระดับ 5 ขณะเตรียมถล่มเกาะไหหลำทางตอนใต้ของจีน ทางการแดนมังกร เตือนภัย สีแดงขั้นสูงสุด ขณะที่อิทธิพล รามสูร ทำให้มีชาวจีนเสียชีวิตแล้ว 18 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า พายุไต้ฝุ่น รามสูร ทวีความรุนแรงขึ้นเป็น "ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น" แล้ว ขณะใกล้ขึ้นฝั่งเกาะไหหลำ และมณฑลกวางตุ้ง ทางภาคใต้ของจีน โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาของจีน ได้ปรับระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นรามสูร ขึ้นเป็น ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น โดยมีความรุนแรงถึงระดับ 5 และก่อให้เกิดฝนตกหนักทั่วเกาะไหหลำ เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันนี้ (18 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น
 ท้องฟ้าเหนือเกาะฮ่องกง มืดครึ้มจากอิทธิพลของซุปเปอร์ ไต้ฝุ่น รามสูร
ขณะเดียวกัน ทางการจีน ได้ประกาศเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่น รามสูร ในระดับสูงสุด คือ สีแดงซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบปีนี้ ที่ทางการจีนได้เตือนภัยพายุสูงสุดในระดับนี้ โดยซุปเปอร์ไต้ฝุ่นรามสูร เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 241กม./ชม. หรืออาจเร็วกว่านี้ ขณะที่ รัฐบาลฮ่องกง กำลังเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของซุปเปอร์ไต้ฝุ่นรามสูรอย่างใกล้ชิด
                มีรายงานว่า อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น รามสูร ก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงจัด และเกิดน้ำท่วมในมณฑลยูนนาน และทางตอนใต้ของมณฑลกวางซี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 18 คน และมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 6 คน ขณะที่ศูนย์กลางของพายุได้เคลื่อนตัวเข้าใกล้ฝั่งทางใต้ของจีนในวันนี้ (18 ก.ค.)










                สำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของทางการจีน รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่า ในมณฑลเจียงซีถึง 6 ราย อีกทั้งมีประชาชน 5 ราย ในมณฑลเหอหนาน เสียชีวิต เนื่องจากดินโคลนถล่ม หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน ส่วนอีก 7 ราย เสียชีวิตในมณฑลกุยโจว





อ้างอิง



วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เป็นภัยธรรมชาติซึ่งเกิดจาก พายุลมแรง แบ่งได้ 2 ชนิด
1.1 วาตภัยจากพายุฤดูร้อน จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน เกิดจากกระแสอากาศร้อนยกขึ้นเบื้องบน
อย่างรุนแรง และรวดเร็ว เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและอาจมีลูกเห็บทำความเสียหาย ได้ในบริเวณเล็กๆ 
ช่วงเวลาสั้นๆ ความเร็วลมประมาณ 50 กม./ชม. ทำให้สิ่งก่อสร้าง บ้านเรือน 
 พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เป็นอันตรายแก่ชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้
ก่อนเกิดวาตภัย
 -อากาศร้อนอบอ้าว ติดต่อกันหลายวัน
 -ลมสงบ แม้ใบไม้ก็ไม่สั่นไหว
 -ความชื้นในอากาศสูง จนรู้สึกเหนียวตามร่างกาย
 -ท้องฟ้ามัว ทัศนวิสัยการมองเห็นระยะไกลไม่ชัดเจน
 -เมฆมากขึ้น ท้องฟ้ามืดครึ้ม อากาศร้อนอบอ้าว ขณะเกิดวาตภัย
 -พายุลมแรง 15-20 นาที ความเร็วมากกว่า 50 กม./ช.ม
เมฆทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมกระโชกแรงเป็นครั้งคราว มีฝนตกหนัก บางครั้งมีลูกเห็บ ฟ้าคะนอง 
ฟ้าแลบ ถ้า-นับในใจ 1-2-3 แล้ว ได้ยินเสียงฟ้าร้อง และพายุจะห่างไปประมาณ 1 กม. ถ้าเห็นฟ้าแลบ
และฟ้าร้องพร้อมกัน พายุจะอยู่ใกล้มาก 
-สภาวะนี้จะอยู่ประมาณ 1 ชม.
หลังเกิดวาตภัย
พายุสลายไปแล้วอากาศจะเย็นลง รู้สึกสดชื่นขึ้น ท้องฟ้าแจ่มใส ทัศนวิสัยชัดเจน

การป้องกันพายุฤดูร้อน
 ติดตั้งสายล่อฟ้าสำหรับอาคารสูงๆ
 ปลูกสร้าง ซ่อมแซม อาคารให้แข็งแรง เตรียมป้องกันภัยให้สัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตร
 ไม่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ขณะมีฟ้าคะนอง
 ไม่ใส่เครื่องประดับโลหะ และอยู่กลางแจ้ง ขณะมีฝนฟ้าคะนอง
1.2 วาตภัยจากพายุฤดูหมุนเขตร้อน จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน เป็นพายุที่เกิดขึ้นเหนือทะเลจีนใต้ และมหาสมุทรแปซิฟิกในเขตร้อน มีศูนย์กลางประมาณ 200 กม. มีลมพัดเวียนรอบศูนย์กลาง
ทิศทวนเข็มนาฬิกา ศูนย์กลางเป็นวงกลมประมาณ 15-60 กม. เรียกตาพายุ 
มองเห็นได้จากภาพเมฆดาวเทียม เมื่อเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามทำความเสียหาย
ให้บริเวณที่เคลื่อนผ่าน ตามลำดับความรุนแรง 

เกณฑ์การแบ่งความรุนแรงของพายุเขตร้อนเป็น 3 ระดับคือ
1. พายุดีเปรสชั่น มีกำลังอ่อน ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่เกิน 63 กม./ชม.
2. พายุดีหมุนเขตร้อน มีกำลังปานกลาง ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่เกิน 63-117 กม./ชม.
3. พายุไต้ฝุ่น มีกำลังปานกลาง ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางมากกว่า 118 กม./ชม.
ก่อนเกิดวาตภัย
 อากาศดี ลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน
 เมฆทวีขึ้นเป็นลำดับ
ฝนตกเป็นระยะๆขณะเกิดวาตภัย
 เมฆเต็มท้องฟ้า ฝนตกต่อเนื่องเกือบตลอดเวลา ลมพัดแน่ทิศ
 ตาพายุผ่านมา ลมสงบ ท้องฟ้าแจ่มใส
 เมฆเต็มท้องฟ้า ฝนตกเกือบตลอดเวลา ลมพัดกลับทิศ
หลังเกิดวาตภัย
 พายุสลายไปแล้วจะทิ้งความเสียหายไว้ตามทางผ่าน อากาศดีขึ้นเป็นลำดับ

การป้องกันพายุหมุนเขตร้อน
 -ติดตามสภาวะอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา
 -สอบถาม แจ้งสภาวะอากาศร้าย โทร 053-277919 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ฝึกซ้อมการป้องกันภัยพิบัติ เตรียมพร้อมรับมือ และวางแผนอพยพหากจำเป็น
- เตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค ไฟฉาย แบตเตอรี่ วิทยุกระเป๋าหิ้วติดตามข่าวสาร
-ซ่อมแซมอาคารให้แข็งแรง เตรียมป้องกันภัยให้สัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตร
-เตรียมพร้อมอพยพเมื่อได้รับแจ้งให้อพยพ
 อ้างอิง http://www.cmmet.tmd.go.th/met/natural_danger.php
https://www.google.com/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&source=images&cd=&cad=rja&uact=8&docid=C9Ci9oBeMBQYbM&tbnid=H4nN88tI-4vjuM:&ved=0CAUQjRw&url=http%3A%2F%2Fwww.amulet.in.th%2Fforums%2Fview_topic.php%3Ft%3D820&ei=iwvAU9fqNs6hugSf54DwDg&bvm=bv.70810081,d.c2E&psig=AFQjCNGDHg1E3OR5Is7McjeyLbU6q1ANqw&ust=1405181184950007

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อาหารประจำชาติของประเทศต่างๆในอาเซียน

การก่อตั้งอาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีประเทศสมาชิก คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา นอกจากเป็นการรวมตัวกันเพื่อช่วยพัฒนาประเทศในภูมิภาคเดียวกันแล้ว ยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหารการกิน




1.ประเทศไทย
ต้มยำกุ้ง (Tom Yam Goong)  แค่เอ่ยชื่อก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ต้มยำกุ้งเป็นอาหารคาวที่เหมาะสำหรับรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมของสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบในต้มยำกุ้ง นอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี

          และเนื่องจากต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยว และเผ็ดเป็นหลัก ทำให้รับประทานแล้วไม่เลี่ยน จึงทำให้ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงชาวต่างชาติเองก็ติดอกติดใจในความอร่อยของต้มยำกุ้งเช่นเดียวกัน




2.ประเทศกัมพูชา
   อาม็อก (Amok) เป็นอาหารคาวยอดนิยมของกัมพูชา มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยเป็นการนำเนื้อปลาสด ๆ ลวกพริกเครื่องแกง และกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง ซึ่งนอกจากจะใช้เนื้อปลาแล้ว อาจเลือกใช้เนื้อไก่แทนก็ได้ ส่วนสาเหตุที่คนในประเทศกัมพูชานิยมรับประทานปลา เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของกัมพูชามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำให้ปลาเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่ายนั่นเอง

 

3.ประเทศบรูไน
 อัมบูยัต (Ambuyat) เป็นอาหารยอดนิยมของบรูไน มีลักษณะเด่นอยู่ที่ตัวแป้งจะเหนียวข้นคล้ายข้าวต้ม หรือโจ๊ก โดยมีแป้งสาคูเป็นส่วนผสมหลัก ตัวแป้งอัมบูยัตเอง ไม่มีรสชาติ แต่ความอร่อยจะอยู่ที่การจิ้มกับซอสผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงอีก 2-3 ชนิด เช่น ผักสด เนื้อห่อใบตองย่าง หรือเนื้อทอด  ทั้งนี้ การรับประทานอัมบูยัตให้ได้รสชาติ ต้องรับประทานตอนร้อน ๆ จึงจะดีที่สุด



4.ประเทศพม่า
 หล่าเพ็ด (Lahpet) เป็นอาหารยอดนิยมของพม่า โดยการนำใบชาหมักมาทานกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่าง ๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว เรียกได้ว่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเมี่ยงคำของประเทศไทย ซึ่งหล่าเพ็ดนี้ จะเป็นเมนูอาหารที่ขาดไม่ได้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลสำคัญ ๆ ของประเทศพม่า โดยกล่าวกันว่า หากงานเลี้ยง หรืองานเฉลิมฉลองใด ไม่มีหล่าเพ็ด จะถือว่าการนั้นเป็นงานที่ขาดความสมบูรณ์ไปเลยทีเดียว


5.ประเทศฟิลิปปินส์

อโดโบ้ (Adobo) เป็นอาหารยอดนิยมของประเทศฟิลิปปินส์ ทำจากเนื้อหมู หรือเนื้อไก่ ที่ผ่านการหมัก และปรุงรส โดยจะใส่น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดำ นำไปทำให้สุกโดยอบในเตาอบ หรือทอด แล้วนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆในอดีตอาหารจานนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทาง เนื่องจากส่วนผสมของอโดโบ้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เหมาะสำหรับพกไว้เป็นเสบียงอาหารระหว่างการเดินทาง ซึ่งปัจจุบันอโดโบ้ได้กลายเป็นอาหารยอดนิยมที่นำมารับประทานกันได้ทุกที่ทุกเวลา

 

6.ประเทศสิงคโปร์
ลักซา (Laksa) อาหารขึ้นชื่อของประเทศสิงคโปร์ ลักซามีลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่กะทิ ทำให้รสชาติเข้มข้น คล้ายคลึงกับข้าวซอยของไทย โดยลักซาจะมีส่วนผสมของ กุ้งแห้ง พริก กุ้งต้ม และหอยแครง เหมาะสำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารทะเลเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ลักซามีทั้งแบบที่ใส่กะทิ และไม่ใส่กะทิ ทว่า แบบที่ใส่กะทิจะเป็นที่นิยมมากกว่า




7.ประเทศอินดิเซีย
 กาโด กาโด (Gado Gado) อาหารยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผัก และธัญพืชหลากหลายชนิด  ทั้งแครอท มันฝรั่ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วเขียว นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ และไข่ต้มสุกด้วย กาโด กาโดจะนำมารับประทานกับซอสถั่วที่คล้ายกับซอสสะเต๊ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยเครื่องสมุนไพรในซอส อาทิ รากผักชี หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะไม่รู้สึกเลี่ยนกะทิมากจนเกินไปนั่นเอง


8.ประเทศลาว
 สลัดหลวงพระบาง (Luang Prabang Salad) เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีรสชาติกลาง ๆ ทำให้รับประทานได้ทั้งชาวตะวันออก และตะวันตก โดยส่วนประกอบสำคัญคือ ผักน้ำ ซึ่งเป็นผักป่าที่ขึ้นตามริมธารน้ำไหล และยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น  มันแกว แตงกวา มะเขือเทศ ไข่ต้ม ผักกาดหอม และหมูสับลวกสุก ส่วนวิธีปรุงรสคือ ราดด้วยน้ำสลัดชนิดใส คลุกส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และถั่วลิสงคั่ว


  

 9.ประเทศมาเลเซีย
 นาซิ เลอมัก(Nasi Lemak) อาหารยอดนิยมของประเทศมาเลเซีย โดยนาซิ เลอมัก จะเป็นข้าวหุงกับกะทิ และใบเตย ทานพร้อมเครื่องเคียง 4 อย่าง ได้แก่ ปลากะตักทอดกรอบ แตงกวาหั่น  ไข่ต้มสุก และถั่วอบ ซึ่งนาซิ เลอมักแบบดั้งเดิมจะห่อด้วยใบตอง และมักทานเป็นอาหารเช้า แต่ในปัจจุบัน กลายเป็นอาหารยอดนิยมที่ทานได้ทุกมื้อ และแพร่หลายในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง เช่น สิงคโปร์ และภาคใต้ของไทยด้วย

  

10.ประเทศเวียดนาม
 เปาะเปี๊ยะเวียดนาม  (Vietnamese Spring Rolls) ถือเป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่โด่งดังที่สุดของประเทศเวียดนาม ความอร่อยของเปาะเปี๊ยะเวียดนาม อยู่ที่การนำแผ่นแป้งซึ่งทำจากข้าวจ้าวมาห่อไส้ ซึ่งอาจจะเป็นไก่ หมู กุ้ง หรือหมูยอ โดยนำมารวมกับผักสมุนไพรอีกหลายชนิด เช่น สะระแหน่ ผักกาดหอม และนำมารับประทานคู่กับน้ำจิ้มหวาน โดยจะมีถั่วคั่ว แครอทซอย ไชเท้าซอย ให้เติมตามใจชอบ และบางครั้งอาจมีเครื่องเคียงอย่างอื่นเพิ่มด้วย  

อ้างอิง http://hilight.kapook.com/view/73514
             www.google.com